โครงสร้างธุรกิจ



เราเคยถามตัวเองแบบนี้บ้างมั้ย

       ทำไม ? 

  • บริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายสามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกเป็นแสนบาท เป็นล้านบาท ได้ ?
  • แล้วบริษัทเอาเงินจากไหนมาจ่าย ?
     
 
      คำตอบ


       บริษัทเหล่านั้นนำโครงสร้างธุรกิจเครือข่ายมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ และมีการบริหารจัดการผลประโยชน์ในส่วนของ 60% โดยนำ 60% มาจ่ายเป็นผลตอบแทนคืนกลับเข้ามาในระบบให้กับสมาชิกตามแผนการตลาด โดยไม่ผ่านค้าส่ง ค้าปลีก ค่าโฆษณา เพราะสมาชิกเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้จำหน่าย และเป็นผู้โฆษณาสินค้าด้วยการบอกต่อ

เปรียบเทียบโครงสร้างธุรกิจทั่วไป กับ ธุรกิจเครือข่าย

โครงสร้างธุรกิจทั่วไป
โครงสร้างธุรกิจเครือข่าย



ไม่หลงกลไม่หลงทาง



บทความช่วยวิเคราะห์
ก่อนอื่น..ผู้เขียนต้องขอขอบคุณเว็บไซต์ m2mMarketOnline.com ที่มองเห็นถึงประโยชน์ของบทความเหล่านี้ จึงอนุญาตให้ผู้เขียนนำมาเผยแพร่เพื่อให้ผู้ที่สนใจธุรกิจเครือข่าย MLM (โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสธุรกิจเครือข่าย MLM มาก่อน) ใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ธุรกิจ MLM ของบริษัทที่เรากำลังจะตัดสินใจทำ หรือกำลังทำอยู่แล้วก็ตาม โดยใช้ชื่อคอลัมน์นี้ว่า "ไม่หลงกล ไม่หลงทาง"

MLM ย่อมาจาก Multi-level Marketing นั่นเอง
แต่คงเคยได้ยินบางคนบอกว่า MLM คือ มันหลอกมึง
M (มัน),  L (หลอก),  M (มึง)

ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีใครหลอกใครหรอกครับ 
ความไม่รู้ต่างหากที่หลอกเรา
แต่บางครั้งถึงรู้แล้วก็ยังโดนหลอกเพราะ "ความโลภ" เข้าครอบงำ เห็นผลประโยชน์ที่ล่อตาล่อใจจนลืมคิดไปว่า จะมีซักกี่คนซักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่จะได้รายได้กันหลายๆ แสน หรือ หลายๆ ล้าน และกว่าจะได้ถึงขนาดนั้นลองคิดดูซิครับว่าต้องมีคนในเครือข่ายมากขนาดไหน ?

          บทความต่อไปนี้อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย แต่เราอยากให้ท่านได้รับรู้และก้าวทันธุรกิจเครือข่าย MLM เผื่อได้นำไปเป็นแนวทางในการเลือกทำธุรกิจในอนาคต จะได้วิเคราะห์ก่อนลงมือทำ โดยคอลัมน์ "ไม่หลงกล ไม่หลงทาง" ในที่นี้จะยกมาวิเคราะห์ 2 เรื่อง คือ

1. ไม่หลงกล ราคาสินค้าและคะแนนสินค้า
2. ไม่หลงกล แผนการจ่ายผลตอบแทน

1. ไม่หลงกล "ราคาสินค้าและคะแนนสินค้า"
เรามีความเชื่อว่าสินค้าที่ขายกันในธุรกิจเครือข่าย MLM นั้นเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ จึงขอกล่าวเฉพาะในส่วนของราคาสินค้าแล้วกัน เวลามีใครมาชวนเราทำธุรกิจเครือข่าย MLM และมักจะพูดว่าสินค้าของบริษัทนั้นถูก บริษัทนี้แพง (แต่ส่วนใหญ่จะแพง) หากเราไม่รู้ถึงที่มาที่ไปของราคา เราก็จะเออออห่อหมกในสิ่งที่ได้ยินมาซึ่งนั่นอาจทำให้เราหลงกลได้

ในความเป็นจริงแล้ว ต้นทุนสินค้า, ราคาขายสมาชิก, คะแนน (PV), % การจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิก ทั้งหมดนี้ต้องสัมพันธ์กัน ยกตัวอย่างเช่น สินค้ามีต้นทุน 200 บาท (ตามตัวอย่าง)
จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นว่าบริษัท A B C D E F สินค้ามีต้นทุนเท่ากันคือ 200 บาท แต่ราคาขายสมาชิกของแต่ละบริษัทแตกต่างกัน เช่น บริษัท A B ราคาขายสมาชิกแพงกว่าบริษัท C D E F แต่ทำไมบริษัท E F ราคาขายสมาชิกถูกกว่าบริษัท A B C D ทั้งๆ ที่สินค้ามีต้นทุนเท่ากัน ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะคะแนน (PV) และเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่น (% การจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิก) ของแต่ละบริษัทแตกต่างกันนั่นเอง (ดูตัวอย่างในตารางด้านบน)

อยากให้สังเกตในส่วนของ % กำไรของแต่ละบริษัท ซึ่งดูแล้วก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ประมาณ 54% - 58% (โดย % กำไรที่เห็นนั้นได้หักต้นทุนสินค้า 200 บาท ออกแล้ว แต่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าบริหาร ค่าการตลาด ฯลฯ)

ถึงตรงนี้พอที่จะมองออกแล้วว่า ราคาสินค้าของบริษัทขายตรงแต่ละบริษัท จะขายถูก หรือ ขายแพง ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายส่วนที่ต้องสัมพันธ์กัน...ใช่ว่าจะต้องแพงเสมอไป

เพราะฉะนั้นเราอย่ามองแค่มุมใดมุมหนึ่ง อย่ามองแค่ราคาขายสมาชิก !  อย่ามองแค่คะแนน PV ว่า 1PV เป็นเงินกี่บาท !  และ อย่ามองแค่ % การจ่ายผลตอบแทนว่าจ่ายมากหรือจ่ายน้อย !  เราต้องมองให้รอบด้านครบทุกมุม จะได้ไม่หลงทาง

2. ไม่หลงกล "แผนการจ่ายผลตอบแทน"
ข้อนี้ก็ใช้หลักการเดียวกับข้อที่แล้วครับ เช่น

แบบที่ 1 สินค้ามีคะแนน 10 PV และแผนการจ่ายผลตอบแทน 100% = 10 PV x 100% = .....?
แบบที่ 2 สินค้ามีคะแนน 100 PV และแผนการจ่ายผลตอบแทน 10% = 100 PV x 10% = .....?
โจทย์นี้ลองหาคำตอบดูครับ แล้วเราจะมองเห็นภาพชัดเจนขึ้น


สุดท้ายเมื่อคำนวณออกมาแล้วผลลัพธ์ก็เท่ากัน ตรงนี้เราพอที่จะมองเห็นแล้วใช่มั้ยครับว่าทุกอย่างทั้งหมดต้องสัมพันธ์กันอยู่ดี ดังนั้นอย่าหลงกลกับโฆษณาชวนเชื่อที่ว่า แผนจ่ายเยอะ จ่ายมาก จ่ายหนัก จ่ายไม่สิ้นสุด ไม่ต้องซื้อซ้ำ ไม่ต้องรักษายอด แล้วเราจะไม่หลงทาง

ลองวิเคราะห์ตรงนี้ให้ดีๆ นะครับว่า
ถ้าหากสมาชิกเก่าไม่มีการซื้อซ้ำ ไม่มีการรักษายอด แล้วบริษัทเอายอดขายมาจากไหน? เอากำไรมาจากไหน? เอาเงินจากไหนมาจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิก? แสดงว่าต้องเป็นยอดขายจากสมาชิกที่สมัครมาใหม่เท่านั้นใช่หรือไม่? ถ้าใช่ แล้วหากวันใดวันหนึ่งไม่มีสมาชิกใหม่สมัครเข้ามาเลยล่ะ ตรงนี้น่าคิดนะครับ

ไม่ว่าบริษัทที่เราจะเข้าไปเป็นสมาชิกนั้น เขาจะใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนแบบไหนก็ตามแต่ล้วนเป็นโครงสร้างธุรกิจเครือข่ายทั้งสิ้น (ดูรูปโครงสร้างธุรกิจด้านบน) และยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่น่ากลัว คือ การนำโครงสร้างธุรกิจเครือข่ายไปหาผลประโยชน์ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น แชร์ลูกโซ่, Money Game (มันนี่เกม) โดยให้สังเกตจากสิ่งที่ผิดปกติ คือ มีการลงทุนสูง,  ให้ % ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (คือ การเอาเงินลงทุนของสมาชิกใหม่จ่ายให้กับสมาชิกเก่า), ไม่มีสินค้า (อาจมีแค่สินค้าบังหน้า) เป็นต้น

สำหรับแผนการจ่ายผลตอบแทนของที่นี่ล่ะเป็นอย่างไร ศึกษาดูนะครับ ผลตอบแทน 


เขียนโดย
MLM นิรนาม




เปลี่ยนจากไล่ล่าเป็นดึงดูด
Change to Attraction Marketing



1
Thoughts
คิดไตร่ตรอง
2
Analysis
วิเคราะห์
3
Truth
ความจริง
4
Why?
ทำไม?
5
and Why?
และ ทำไม?
6
Work the old way
ใช้วิธีการแบบเดิมๆ
7
It is a chase
เรียกว่า "การตลาดแบบไล่ล่า"
8
Result = Fail
ผลลัพธ์ = ล้มเหลว
9
Rejected Cause
สาเหตุที่ถูกปฏิเสธ
10
Psychology with Marketing
จิตวิทยา กับ การตลาด
11
Clear
มองภาพออกแล้ว
12
Change from to
เมื่อโลกเปลี่ยน การตลาดเปลี่ยน
13
Attraction Marketing
การตลาดแบบดึงดูด
14
Answer is Success
คำตอบ คือ ความสำเร็จ

Copyright © 2018 M2M Market Online. All rights reserved.